แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Medical Japan แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Medical Japan แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การรักษามะเร็งในประเทศญี่ปุ่น (3)

การผ่าตัดรักษามะเร็งด้วยวิธีที่ทันสมัยนั้นมีหลากหลายวิธี ซึ่งหัตถการดังกล่าวนี้มีการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้นั้น ในประเทศญี่ปุ่นมีแพทย์ผู้ชำนาญการซึ่งเป็นท่านแรกในโลกที่ค้นพบ pit-pattern colorectal cancer หรือ การตรวจพบเซลล์มะเร็งลำไส้ที่มีลักษณะนอกเหนือจากการค้นพบที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ การป้องกันการเกิดมะเร็งซ้ำหลังจากการตัดเซลล์มะเร็งแบบที่เป็นติ่งออกนั้น ทำได้มากกว่าและมีผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ท่านผู้นั้นคือ ศาสตราจารย์นายแพทย์ ชินเอ คุโดะ 

ศาสตราจารย์ คุโดะ และ ลักษณะของ pit-pattern colon cancer (แหล่งที่มาของภาพ  www.websurg.com)
การค้นพบของศาสตราจารย์คุโดะ และ การรักษาของท่านเป็นที่เลื่องลือมากเนื่องจากเป็นการตรวจสอบเนื้อเยื่อลำไส้ที่ไม่เจ็บตัวมาก และเมื่อพบเซลล์มะเร็งหรือเนื้อเยื่อมะเร็งที่ลำไส้นั้น สามารถทำการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ด้วยวิธีการที่ทันสมัย และไม่ต้องผ่าตัดเปิดช่องท้อง ซึ่งเป็นผลให้ความก้าวหน้าทางการแพทย์เกี่ยวกับ การค้นหาเซลล์มะเร็งลำไส้ และ การรักษาด้วยวิธี less-invasive treatment เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ประกอบกับเทคโนโลยีของญี่ปุ่นในด้านระบบกล้องและอุปกรณ์ผ่าตัดขนาดจิ๋ว ทำให้การรักษามะเร็งลำไส้ของประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นผู้นำระดับแนวหน้า ซึ่งระบบกล้องกำลังขยายสูงนี้ ศาสตราจารย์คุโดะ ก็เป็นผู้คิดค้น และพัฒนาขึ้นด้วยตนเองอีกด้วย


(แหล่งที่มาของภาพ www.drstyle.tv)

และนับตั้งแต่ปี 2001 ที่ ท่านได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยโชวะ ท่านได้ทำการรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้มากกว่า 100,000 ราย และเดินทางแสดงปาฐกถาไปทั่วโลก ในการสัมมนาของท่าน ท่านจะแนะนำผู้ที่มีอายุมากกว่า  40 ปี และมีประวัติครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ให้มาตรวจส่องดูลำไส้เพื่อหาเซลล์มะเร็งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการรอดพ้นจากการเป็นมะเร็ง และการรักษาที่ทันท่วงที โดยท่านสามารถส่งข้อมูลการส่องกล้องที่โรงพยาบาลในไทย ไปยังท่านเพื่อให้ประเมินและรับการรักษาผ่านช่องทางนี้ (คลิกที่นี่) ได้

เมื่อมองถึงเหตุผลที่การรักษามะเร็งลำไส้ของประเทศญี่ปุ่นนั้นก้าวหน้า ก็เป็นเพราะว่า อุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร (นับตั้งแต่ช่องปากจนถึงทวารหนัก) นั้นสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับชาวญี่ปุ่นก็คือ การตรวจหามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร การรักษาของ ศาสตราจารย์ คุโดะ ก็ได้ช่วยชีวิต ชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากจากการตรวจพบเนื้อเยื่อมะเร็งร้ายในรูปแบบใหม่ ก่อนที่จะก่อตัวและแพร่กระจายออกไปสู่อวัยวะและส่วนอื่นๆได้

นับเป็นความก้าวหน้าทั้งทางเทคโนโลยี บุคคลากร และ การรักษาก้าวหน้า ของประเทศญี่ป่นในการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีทางหัตถการอีกอย่างหนึ่ง



วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เปิดประตูสู่การรักษาที่ญี่ปุ่น

  ลิขสิทธิ์ภาพ @CY 2010

 นอกจากวัฒนธรรมที่สวยงาม อาหารอันลือชื่อก้องโลก รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย ของญี่ปุ่น ที่เป็นที่รู้จักแล้ว ญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านการแพทย์ขั้นสูงของโลกคู่กับเพื่อนเก่าอย่างสหรัฐอเมริกาและหลากหลายประเทศ ด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศที่ต่อเนื่องในการทำวิจัยและการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา รวมถึงความสามารถในการผนวกเทคโนโลยีเข้ามาในการรักษาทำให้ญี่ปุ่น ก้าวเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์มาเป็นระยะเวลานาน เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าญี่ปุ่นเองก็เป็นที่หนึ่งในการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่เขาเป็นผู้พัฒนาขึ้นมานานนับหลายสิบปี

ในปี 2554 ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่น ผ่านทางกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำการเปิดแคมเปญ Medical Excellence Japan (เว็บไซต์) ร่วมกับ Visa for Medical Stay (รายละเอียด) ขึ้น โดยมุ่งหวังจะเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้ป่วยชาวต่างชาติที่ต้องการรับการรักษาในประเทศญี่ปุ่นให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น ในค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ โดยมีบริการหลักๆดังนี้
  • บริการค้นหาแพทย์และโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น
  • บริการจัดแพคเกจเฉพาะบุคคลเพื่อการตรวจร่างกายและการรักษาขั้นสูง
  • บริการอำนวยความสะดวกในการขอ Visa for Medical Stay สำหรับผู้ป่วยและครอบครัว 
  • บริการประสานงานการทำนัดกับโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น
  • บริการประสานงานเป็นผู้แทนการจัดการค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่นแทนผู้ป่วย
  • บริการจองที่พัก หอพัก และโรงแรม
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน รถและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
  • บริการล่าม ล่ามทางการแพทย์ และศูนย์บริการ 24 ชั่วโมง
  • บริการผู้แทนติดตามและรับส่งระหว่างสนามบิน โรงพยาบาล และที่พักอาศัย ในประเทศญี่ปุ่น
  • บริการท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ และอื่นๆ
โดยปกติแล้ว ประเทศญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่องความยากในการเข้าประเทศเนื่องจากการขอวีซ่าที่ผ่านได้ยากมาก ดังนั้นหากผู้ป่วยจะเดินทางไปรักษาตัว ก็คงคิดหนักอยู่เหมือนกัน Visa for Medical Stay จึงมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยและครอบครัวได้อย่างมาก เนื่องจาก วีซ่าประเภทนี้มีความพิเศษกว่าวีซ่าประเภทอื่นๆดังนี้
  • ผู้ป่วยสามารถพาครอบครัวหรือผู้ติดตามที่ไม่ใช่คนในครอบครัวไปด้วยได้ ในวีซ่าเดียวกัน 
  • วีซ่ามีทั้งชนิด ครั้งเดียว (สูงสุด 90 วัน) และหลายครั้ง (สูงสุด 1-3ปี) (ขึ้นกับระยะเวลาการรักษา ณ โรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น)
  • เป็นวีซ่าที่ต้องใช้เอกสารแสดงตารางการรักษาและเอกสารร่วมแสดงการรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับมอบเอกสิทธิ์เท่านั้น 
โดยโครงการนี้น่าจะเป็นช่องทางพิเศษ สำหรับผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการรับการรักษาขั้นสูงที่ยังไม่มีในไทย เช่นการรักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคบำบัด การรักษาโรคด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด การรักษาด้วยวิธีรักษาแนวใหม่ (Less invasive Treatment) และการผ่าตัดด้วยสายสวนเส้นเลือดฯลฯ โดยทางหน่วยงานที่ได้รับมอบเอกสิทธิ์เล็งเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะกับผู้ป่วย แต่ยังจะเป็นประโยชน์กับแพทย์ทั้งในและนอกประเทศไทยด้วยที่จะสามารถบริหารจัดการแนวทางการรักษาที่หลากหลายได้เพิ่มขึ้น

ท่านที่สนใจก็เชิญติดต่อด้วยภาษาอังกฤษได้ ที่ ลิงค์ นี้ https://www.eaj.ne.jp/maj/en/inquiry