แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งเต้านม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งเต้านม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การรักษามะเร็งในประเทศญี่ปุ่น (4)

นอกจากการผ่าตัดส่องกล้องที่ประเทศญี่ปุ่น ได้คิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นเป็นที่แรกของโลกแล้ว การรักษาด้วยเคมีบำบัดก็เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่บ่งบอกถึงความคิดอันเลื่องลือของแพทย์ญี่ปุ่น

ในความเป็นจริงปัญหาอันเกิดจากผลข้างเคียงต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว นับตั้งแต่ผมร่วง มีร่างกายซูบผอม น้ำหนักลด อาเจียน ปวดท้อง ซึ่งในรายที่รุนแรงอาจจะมีอาการถึงขั้น ความจำเสื่อม ภาวะโลหิตเป็นพิษ ฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ป่วยมะเร็งแทบทุกคนที่ได้รับเคมีบำบัดต่างหวาดกลัวทั้งสิ้น ยาที่ทำการรักษานั้นก็ต้องใช้ให้ได้เหมาะกับเซลล์มะเร็งเพื่อป้องกันการลุกลาม แต่ว่าอวัยวะส่วนอื่นก็จะต้องได้รับการดูดซับสารเคมีเหล่านี้เข้าไปในร่างกายด้วย ดังนั้นคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งที่ทำเคมีบำบัดนั้นก็มักจะได้รับความทุกข์ทรมานร่างกาย มากกว่าก้อนมะเร็งเสียอีก

นายแพทย์ชินอิจิ โฮริ (Dr. Shinichi Hori) (แหล่งที่มาของภาพ: http://smpy.jp)

นับตั้งปี 1992 ที่ นายแพทย์ ชินอิจิ โฮริ (Dr. Shinichi Hori) แห่งสถาบันการแพทย์ริงคุ ในจังหวัดโอซากา ได้ประดิษฐ์ตัวดูดซับความซึมซับพิเศษ (Superabsorbent polymer microspheres (SAP-MS)) และประยุกต์การรักษาด้วยวิธีการส่งตัวดูดซับยาเคมีบำบัดผ่านสายสวนเส้นเลือด (Endovascular Internventional Therapy) การขจัดความหวาดกลัวของผู้ป่วยมะเร็งก็เริ่มมีความหวังขึ้น นายแพทย์โฮริ ได้สร้างสถาบันการแพทย์ Gate Tower Institute for Image Guided Therapy ขึ้นที่จังหวัดโอซากา และอุทิศตนนับแต่นั้นเพื่อการพัฒนาเทคนิคการรักษาผ่านสายสวนเส้นเลือดนี้ จนกระทั่งปัจจุบันท่านได้ทำการรักษาทั้งคนไข้ญี่ปุ่นและคนไข้ต่างชาติมากกว่า 7000 คน และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญฝึกฝนแพทย์จากหลากหลายประเทศเพื่อการรักษาด้วยเทคนิคนี้ การรักษาดังกล่าวก็สามารถนำไปใช้รักษากับโรคมะเร็งจากหลายๆอวัยวะรวมถึง มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และการแพร่กระจายไปยังกระดูก

ตัวดูดซับความซึมซับพิเศษ (Superabsorbent polymer microspheres (SAP-MS)  ที่นายแพทย์โฮริเป็นผู้คิดค้นขึ้น (แหล่งที่มาของภาพ: http://www.igct.jp)

เทคนิคการรักษาด้วย SAP-MS นี้ ใช้ได้ดีอย่างมากในคนไข้มะเร็งที่ผ่านการรักษาขั้นต้นมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนไข้มะเร็งเต้านมที่ผ่านการรักษาไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด หรือรังสีรักษา และเกิดการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง จากสถิติของสถาบัน Gate Tower ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมนั้นมีโอกาส จะเกิดการมะเร็งชนิดแพร่กระจายไปยังตับได้ถึง 15 % ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาหลังการผ่าตัดหรือการป้องกันหลังได้รับรังสีรักษา การรักษาด้วยสายสวนนี้น่าจะเป็นแนวทางที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลการรักษาก็เป็นที่น่าพอใจ ทำให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษามีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่จำเป็นต้องทุกข์ทรมานกับผลข้างเคียง จากการรักษาของนายแพทย์ โฮริ ผู้ป่วยเองก็มีความสะดวกสบายที่ไม่ต้องได้รับยาในปริมาณสูงทั่วร่างกาย เนื่องจากการรักษาดังกล่าวนั้นลดปริมาณยาได้ถึง 9 เท่า

Microcatheter สายสวนหลอดเลือดขนาดจิ๋วที่ใช้สอดผ่านเส้นเลือดไปยังก้อนมะเร็งเพื่อลำเลียงตัวดูดซับยาเคมีบำบัด (SAP-MS) ไปอุดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง (แหล่งที่มาของภาพ: http://www.igtc.jp)


ในขณะที่วิทยาการด้านการรักษาด้วยสายสวนมีการเดินก้าวไปข้างหน้า การรักษาด้วยยาประเภทต่างๆเช่น Biologic Drug ที่เน้นการต่อต้านเซลล์มะเร็งด้วยสารเคมีในร่างกายผู้ป่วยผ่านการกระตุ้นด้วยยาบางประเภท ซึ่งจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การรักษามะเร็งที่ประเทศญี่ปุ่น(1)

Copyright @CY 2009

มะเร็ง ภัยร้ายจากเซลล์ตัวเล็กๆ ที่คร่าชีวิตคนไปมากนักต่อนัก ก็เป็นปัญหาระยะยาวในผู้ป่วยญี่ปุ่นเช่นกัน นโยบายการรักษาโรคมะเร็งของประเทศญี่ปุ่นจึงมิใช่แค่มุ่งเน้นที่การรักษาให้หายขาดแต่ต้องเป็นการรักษาที่มีชีวิตอย่างมีคุณภาพมากที่สุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

ในอดีตสมัยที่ผู้เขียนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เคยมีโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยมะเร็งอายุ 65 เธอเป็นมะเร็งที่เต้านมซ้ายเมื่อสมัยยังสาว และต้องตัดเต้านมออกข้างหนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีก่อนเธอก็ป่วยอีกครั้งด้วยโรคมะเร็งที่เต้านมขวา และพบมะเร็งในกระเพาะอาหารด้วย ผู้เขียนรู้สึกแปลกประหลาดใจมากที่เธอยังเดินวันละ 4 กิโลเมตร ไปกลับจากมหาวิทยาลัยและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เธอเล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนที่เธอรู้ว่าเธอเป็นมะเร็งนั้น เธอตกใจมากและกังวลว่าเธออาจจะต้องจากโลกนี้ไปอย่างรวดเร็ว เธอแทบเสียคน แต่ด้วยคำอธิบายจากแพทย์ ที่ใช้เวลาอธิบายให้เธอเข้าใจค่อนข้างมาก พร้อมกับทีมแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เธอจึงตัดสินใจรักษาตัว เนื่องด้วยระบบประกันสุขภาพแห่งชาตินั้นสามารถช่วยเธอได้อย่างดี การผ่าตัดประสบความสำเร็จเนื่องจากใช้การผ่าตัดแบบปิดและเสียเลือดน้อย แม้ว่าเธอจะน้ำหนักน้อยมาก เนื่องจากซูบผอมจากมะเร็ง แต่ทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลในญี่ปุ่นนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้ป่วยหนักแต่อย่างใด ทุกๆคนคอยสอบถามอาการและให้กำลังใจเธอ เหมือนเธอนั้นปกติทุกอย่าง อันที่จริงเธอไม่ได้บอกใครว่าเธอเป็นมะเร็ง เมื่อมหาวิทยาลัยปิดเทอม เธอก็หยุดพักงานของเธอ และกลับมาด้วยท่าที ที่สดใสกว่าเดิม ภายหลังการผ่าตัด การผ่าตัดครั้งหลังนั้น เธอใช้เวลาฟื้นตัวสั้นมากเพราะว่าการรักษาที่ทีมแพทย์ออกแบบมานั้นส่งเสริมให้การฟื้นตัวได้อย่างดี นี่ยังไม่นับถึงกำลังใจที่ทีมแพทย์และทีมพยาบาล ให้กับเธออยู่สม่ำเสมออีกด้วย

ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับทราบเรื่องนี้ เธอเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงเป็นประกายว่า "ฉันไม่กลัวมะเร็ง เพราะฉันอยู่กับมันมาตั้งเกือบ ครึ่งชีวิตแล้ว" เมื่อเธอจากไป

ปัจจุบันผมยังคงติดต่อเธออยู่เป็นครั้งคราว  เธอยังคงทำงานหนักแม้ว่าอายุของเธอจะมากแล้ว แต่เธอก็ยังมีความสุขกับชีวิตได้อย่างดี แม้ว่าเธอจะต้องเผชิญกับมะเร็งร้ายถึงสามครั้งสามคราวเลยทีเดียว นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของผู้ป่วยมะเร็งในประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าการรักษามะเร็งที่ญี่ปุ่นนั้นไม่ได้มุ่งเน้นการรักษาเพื่อการหายป่วยอย่างเดียวเท่านั้นแต่การวางแผนนั้นผนวกความคิดเรื่อง Quality of life ไว้อย่างดีด้วย